เลือกแบบบ้านที่ต้องการ

Construction News

ข่าววงการก่อสร้าง

แนะเร่งสร้างทางด่วนช่วงคลองแสนแสบ

เปิดแนวคิดการก่อสร้างทางด่วนเพื่อกระจายการจราจรตามแนวคลองแสนแสบ อ่านต่อ...

ทีมกรุ๊ปเสนอ7โครงการกันน้ำท่วม

ทีมกรุ๊ปเสนอ 7 โครงการป้องกันปัญหาน้ำท่วมระยะยาว คาดกลางเดือนธ.ค.ทั่วประเทศกลับส อ่านต่อ...

อสังหาฯปี 55 ฝ่าด่านหิน

ในปี 2555 ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังจะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อันเป็นผลจา อ่านต่อ...

1 2 3 ...  next   >|

Construction News

ทีมกรุ๊ปเสนอ7โครงการกันน้ำท่วม

ชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจแหล่งน้ำ บริษัท ทีมกรุ๊ป กล่าวในงาน “ท่านถาม เราตอบ ทุกประเด็นเกี่ยวกับน้ำท่วม” ที่จัดโดยสถาบันปรีดี พนมยงค์ ว่าสถานการณ์อุทกภัยของไทยในภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้น และคาดว่าภายในสิ้นเดือน พ.ย.สถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับ ในขณะที่ทั่วประเทศคาดว่าประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ธ.ค. น้ำทั้งหมดจะกลับสู่ลำน้ำปกติ

อย่างไรก็ตาม ทีมกรุ๊ประบุว่า จากอุทกภัยครั้งนี้รัฐจำเป็นต้องวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างมีระบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมกรุ๊ปได้ศึกษาโครงการระบบระบายน้ำร่วมกับกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมหลายโครงการ และได้นำผลการศึกษาเสนอรัฐบาลตั้งแต่ปี 2546-2549 และรัฐบาลปัจจุบัน แต่เนื่องจากยังไม่เจอปัญหาอุทกภัย ทำให้แผนบริหารดังกล่าวไม่ได้รับการตอบรับ

ทั้งนี้เชื่อว่าหลังจากอุทกภัยครั้งนี้ ซึ่งสร้างความเสียหายนับแสนล้านบาทเฉพาะในส่วนของภาครัฐ แต่ไม่นับความเสียหายของเอกชน ประชาชน ทั้งบ้านเรือน ทรัพย์สิน จิตใจ และความเสียหายของสิ่งแวดล้อมที่อาจจะไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ จึงคิดว่าถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาและตัดสินใจดำเนินโครงการระบบระบาย น้ำใหม่ทั้งหมด จึงเห็นด้วยกับการที่ตั้งคณะกรรมการชุดที่มีนักวิชาการและผู้ชำนาญการเรื่อง น้ำระดับประเทศขึ้นมาเพื่อหาแนวทางร่วมกัน

สำหรับแนวทางที่ทีมกรุ๊ปศึกษามาตลอด 10 ปี ประกอบด้วย 7 โครงการ คือ 1.โครงการขุดคลองและปรับปรุงพนังกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำทั้งหมดตลอดแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บางแห่งสร้างมากว่า 20-50 ปี ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่งบประมาณปีหน้า 2.โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มของลุ่มน้ำต่างเป็นพื้นที่แก้มลิง เช่น บึงบอระเพ็ด บึงสีไฟ และแก้มลิงในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

3.โครงการปรับปรุงคลองบางแก้ว–ลพบุรี เพื่อเป็นพื้นที่รับน้ำใน จ.ลพบุรี 4.การปรับปรุงคลองชัยนาท-ป่าสัก ให้เชื่อมกับมอเตอร์เวย์น้ำ ตั้งแต่คลองระพีพัฒน์ คลอง 13 คลอง 17 คลองพระองค์ไชยานุชิต และมาออกคลองด่าน

5.โครงการวอเตอร์เวย์ คู่ขนานกับวงแหวนรอบที่ 3 ซึ่งโครงการนี้ได้ศึกษาไว้กับกระทรวงคมนาคม แต่ขณะนี้เห็นว่าควรทำเป็นคลองส่งน้ำด้วย โดยจากสภาพพื้นที่สามารถที่จะขุดเป็นคลองขนาดใหญ่เพื่อระบายน้ำให้ได้ประมาณ 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรทำเพื่อการเดินเรือตัดออกทะเลได้ด้วย ซึ่งคาดว่าพื้นที่ทั้งหมดจะต้องกว้างประมาณ 320 ม. ลึก 8 ม. ระยะทางประมาณ 100 กม. และในแนวพื้นที่สามารถพัฒนาที่ดินเป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว สถานที่ผักผ่อน ท่าเรือ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มจากการพัฒนาพื้นที่ด้วย ซึ่งเฉพาะโครงการนี้ประมาณ 3 แสนล้านบาท 6.โครงการขยายคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง ในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา 7.โครงการลัดแม่น้ำท่าจีน 4 จุด

ส่วนสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน คาดว่า พื้นที่ กทม.ชั้นในที่คาดว่าโอกาสเสี่ยงน้ำท่วมน้อยมากหรือจะไม่เกิดเลยคือ พื้นที่สามเสน ดุสิต พญาไท สาทร คลองเตย สีลม วัฒนา บางคอแหลม พระโขนง พระนคร ป้อมปราบฯ เยาวราช อนุสาวรียชัยฯ รามคำแหง ปทุมวัน และบางกะปิ

ในขณะพื้นที่เฝ้าระวังของฝั่งตะวันออกและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในระดับไม่ เกิน 1 ม. จากการโรยน้ำบางส่วนของคลองแสนแสบ เช่น สุขาภิบาล 3 ประเวศในพื้นที่ส่วนใต้คลองประเวศ ติดถนนกิ่งแก้ว ถนนศรีนครินทร์ ลาดกระบัง และสวนหลวงบางพื้นที่ โดยคาดว่าระดับน้ำจะไม่เกิน 1 ม. และจะท่วมไม่เกินสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ธ.ค.ก็จะปกติ ในขณะที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ อาจจะไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว

ด้านฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ทีมกรุ๊ปคาดว่า ในพื้นที่เหนือ กทม.ขึ้นไป ตั้งแต่ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งผักไห่ ในระหว่างวันที่ 17-24 พ.ย. น้ำในพื้นที่ทุ่งเจ้าเจ็ดระดับน้ำจะเริ่มกลับสู่ตลิ่งก่อนสิ้นเดือน พ.ย.นี้ และจะส่งผลดีต่อพื้นที่ ตั้งแต่ จ.นนทบุรี อ.บางกรวย บางใหญ่ บางบัวทอง โดยคาดว่านับแต่วันที่ 24 พ.ย. ไปอีกไม่เกิน 30 วัน จะกลับสู่ภาวะปกติ

ส่วนพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันตก พื้นที่ที่เสี่ยงน้ำท่วมน้อยที่สุดหรืออาจไม่ท่วมเลยคือ เขตธนบุรี คลองสาน ราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ บางปะกอก ในขณะที่เขตจอมทองจะโดนบางส่วน เขตบางกอกใหญ่บางส่วน ในขณะที่เขตพระประแดงของ จ.สมุทรปราการ ก็จะไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ทั้งนี้ พื้นที่เฝ้าระวังของฝั่งตะวันตกที่น้ำกำลังเดินทางมาถึง และคาดว่าจะมีปริมาณน้ำที่มากพอสมควรคือ อ.นครชัยศรี สามพราน จ.นครปฐม อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยคาดว่าระดับน้ำจะสูงประมาณ 1-2 ม. แต่จากความร่วมมือของประชาชนในการขุดลอกคูคลองและเตรียมรับมืออย่างเต็ม กำลังก็จะทำให้น้ำฝั่งนี้ออกทะเลได้เร็วยิ่งขึ้น และก่อนสิ้นปีจะกลับสู่ภาวะปกติ

 

 

ขอบคุณที่มา

www.posttoday.com